Agentic AI คือชื่อเรียกรวมของระบบ AI ที่สามารถตีความเป้าหมาย และวางแผน ดำเนินการ รวมถึงตรวจสอบผลลัพธ์ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องรับคำสั่งทีละขั้นตอนจากมนุษย์
ถามคำถามกับแชทบอทแล้วรับคำตอบ — นี่คือแกนหลักของการใช้งาน AI ในช่วงปี 2023–2024 Agentic AI คือก้าวถัดไปจากนั้น ไม่ใช่แค่การตอบคำถาม แต่คือการทำภารกิจให้สำเร็จ Karpathy ได้ตั้งชื่อการเปลี่ยนแปลงนี้ในช่วงต้นปี 2026 ว่า "Agentic Engineering" สิ่งที่เป็นแกนกลางคือเวิร์กโฟลว์ที่เรียกว่า PEV Loop — วงจรที่ AI หมุนเองระหว่าง Plan(วางแผน)→ Execute(ดำเนินการ)→ Verify(ตรวจสอบ) ตัวอย่างเช่นในงานเขียนโค้ด เอเจนต์จะวิเคราะห์งานและวางแผนการดำเนินการก่อน จากนั้นเขียนโค้ด รันเทสต์เพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ และแก้ไขหากพบปัญหา ส่วนมนุษย์จะเข้ามาอนุมัติหรือปรับทิศทางที่จุดตรวจสอบระหว่างทาง เมื่อดูจากตัวเลขจริง ที่ Stripe เอเจนต์ภายในองค์กรชื่อ "Minions" ทำการ merge pull request มากกว่า 1,000 รายการต่อสัปดาห์ ขณะที่ Zapier รายงานว่า 89% ขององค์กรได้นำ AI เข้ามาใช้ในการทำงาน ไม่ใช่แค่ขั้นทดลองอีกต่อไป โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ Agentic AI ก็กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น MCP สำหรับการเชื่อมต่อเครื่องมือ, A2A สำหรับการสื่อสารระหว่างเอเจนต์ และ Agent Skills ในฐานะหน่วยวัดความสามารถในการดำเนินงาน — เมื่อสิ่งเหล่านี้ผสานกัน การทำงานอัตโนมัติในเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อน ซึ่งโมเดล AI เดี่ยว ๆ ไม่สามารถทำได้ กำลังกลายเป็นความจริง


A2A (Agent-to-Agent Protocol) คือโปรโตคอลการสื่อสารที่ช่วยให้ AI Agent ต่างชนิดสามารถค้นหาความสามารถ มอบหมายงาน และซิงโครไนซ์สถานะระหว่างกันได้ โดย Google เปิดตัวในเดือนเมษายน ปี 2025

Claude Code คือ AI Coding Agent ประเภท Terminal-based ที่พัฒนาโดย Anthropic ซึ่งเป็นเครื่องมือ CLI ที่สามารถทำความเข้าใจ Codebase แก้ไขโค้ด รันการทดสอบ และดำเนินการ Git ได้อย่างครบวงจรผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติ

LLM (Large Language Model) คือชื่อเรียกรวมของโมเดลเครือข่ายประสาทเทียมที่มีพารามิเตอร์ตั้งแต่หลายพันล้านถึงหลายล้านล้านตัว ซึ่งผ่านการเรียนรู้ล่วงหน้าด้วยข้อมูลข้อความจำนวนมหาศาล และสามารถทำความเข้าใจและสร้างภาษาธรรมชาติได้อย่างแม่นยำสูง
