Agentic RAG คือสถาปัตยกรรมที่ LLM ทำหน้าที่เป็น Agent โดยวนซ้ำกระบวนการสร้าง Query ค้นหา ประเมินผลลัพธ์ และตัดสินใจค้นหาซ้ำอย่างอิสระ เพื่อให้ได้ความแม่นยำของคำตอบที่เหนือกว่า RAG แบบถาม-ตอบทั่วไป
RAG pipeline มาตรฐานทำงานในรูปแบบเส้นตรง คือ "คำถามของผู้ใช้ → การค้นหาเวกเตอร์ → ส่งเอกสารที่ดึงมาให้ LLM → สร้างคำตอบ" หากเจตนาของคำถามชัดเจนและสามารถดึงข้อมูลที่ต้องการได้ในการค้นหาครั้งเดียว วิธีนี้ก็เพียงพอ แต่ในทางปฏิบัติ มักเกิดกรณีที่การค้นหาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นได้ครบถ้วน
ใน Agentic RAG ตัว LLM เองจะเป็นผู้ตัดสินใจว่า "ผลการค้นหาเพียงพอหรือไม่" และ "ควรเปลี่ยน query หรือไม่" จากนั้นจะเขียน query ใหม่หรือสอบถามจาก data source อื่นตามความจำเป็น ด้วยการผนวก multi-step reasoning เข้าไป จึงสามารถรวบรวมและบูรณาการข้อมูลหลายชิ้นอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อประกอบเป็นคำตอบสุดท้ายได้
ลองพิจารณาตัวอย่างการสอบถาม knowledge base ภายในองค์กร คำถามอย่าง "เทมเพลตการเสนอขายที่ใช้ในดีลยอดขายสูงสุด 3 อันดับของเดือนที่แล้วคืออะไร" นั้นต้องการหลายขั้นตอน ได้แก่ การค้นหาข้อมูลยอดขาย → การระบุดีล → การค้นหาเอกสารเสนอขายของแต่ละดีล การที่ agent รับผิดชอบการแยกย่อยและการค้นหาตามลำดับนี้ ทำให้ผู้ใช้ได้รับคำตอบจากคำถามเพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม ยิ่ง agent วนลูปมากขึ้นเท่าใด latency และ token cost ก็จะสูงขึ้นตามลำดับ การกำหนดขีดจำกัดจำนวนลูป และการออกแบบให้ส่งคืนความคืบหน้าระหว่างทางผ่าน streaming ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้งานจริง


RAG (Retrieval-Augmented Generation) คือเทคนิคที่ทำการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากแหล่งความรู้ภายนอก แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้มาเพิ่มเติมใน input ของ LLM เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความทันสมัยของคำตอบ

สถาปัตยกรรม RAG รุ่นถัดไปที่ผสมผสาน Knowledge Graph และการค้นหาแบบ Vector เข้าด้วยกัน โดยใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ระหว่าง Entity เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการค้นหา

Agentic AI คือชื่อเรียกรวมของระบบ AI ที่สามารถตีความเป้าหมาย และวางแผน ดำเนินการ รวมถึงตรวจสอบผลลัพธ์ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องรับคำสั่งทีละขั้นตอนจากมนุษย์

ฐานข้อมูลเวกเตอร์คืออะไร? อธิบายครบจบ ตั้งแต่หลักการทำงาน เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์หลัก ไปจนถึงการใช้งาน RAG

Agentic Flywheel คือวงจรการเติบโตแบบเสริมแรงตัวเอง ซึ่ง AI Agent ดำเนินงานอย่างอิสระ และข้อมูลรวมถึง Feedback ที่ได้จากผลลัพธ์นั้นจะช่วยพัฒนาความแม่นยำและความสามารถในการตัดสินใจของ Agent เอง ส่งผลให้สามารถมอบหมายงานให้รับผิดชอบได้มากขึ้นเรื่อยๆ